เทคโนโลยี กับ นวัตกรรม

เทคโนโลยี กับ นวัตกรรม

ในปัจจุบันสิ่งที่ทำให้ผู้นำสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ในวันนี้ จึงต้องพึ่งการใช้ประโยชน์จาก “เทคโนโลยี” และ “นวัตกรรม” ที่จะพาองค์กรไปสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้


ทุกวันนี้ ผู้นำหรือผู้บริหารขององค์กรต่างๆ จะต้องให้ความสำคัญกับ “การสร้างมูลค่าเพิ่ม” (Value Added) ให้มากขึ้น โดยการใช้ เทคโนโลยี” ที่เหมาะสมและสร้าง นวัตกรรม” ที่แปลกใหม่เป็นเครื่องมือ

“เทคโนโลยี” (Technology) ก็เพื่อ “การเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็ว” ในการผลิตสินค้าและให้บริการในยุคของ Economy of Speed “นวัตกรรม” (Innovation) ก็เพื่อ “การสร้างความแตกต่าง” ในตัวสินค้าหรือบริการที่สามารถตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาของลูกค้าได้ดีกว่าในยุคของ Differentia or Die

เรื่องของการใช้ “เทคโนโลยี” และ “นวัตกรรม” ที่ว่านี้จะขึ้นอยู่กับที่การตัดสินใจ (อันชาญฉลาด) ของ “ผู้นำ” หรือ “ผู้บริหาร” จริงๆ แม้ว่าการเริ่มต้นในเรื่องดังกล่าวจะอยู่ที่ “ผู้นำ” หรือ “ผู้บริหาร” ก็จริง แต่ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับ “ทีมงาน” หรือ “ผู้ร่วมงาน” มากกว่า

          ดังนั้น ผู้นำในปัจจุบันนอกจากจะต้องเก่งกับการเลือกใช้เทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรมแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการจูงใจและการทำงานเป็นทีมด้วย โดยหลักการแล้ว “ภาวะผู้นำ” มักจะหมายถึง “ทักษะความสามารถในการขอความร่วมมือจากผู้อื่นให้ช่วยทำสิ่งที่ตัวเองทำคนเดียวไม่ได้”

          สิ่งแรกที่ผู้นำจะต้องมีเพื่อการแสดงถึง “ภาวะผู้นำ” ก็คือ “สิ่งที่ตัวเองอยากสร้างหรืออยากทำให้เกิดขึ้น” หรือ “วิสัยทัศน์” ที่ผูกพันกับพันธกิจขององค์กรทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผู้นำที่ไม่มีวิสัยทัศน์ (หรือมีแต่ไม่ชัดเจน) จึงไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ร่วมงานให้มีความร่วมมือร่วมใจกันทำงานเพื่อองค์กร ผู้นำคนนั้นจึงมี “ภาวะผู้นำ” น้อย  ทุกวันนี้ความสำเร็จของผู้นำจึงไม่ใช่วัดกันที่ “กำไร” หรือการบรรลุเป้าหมายขององค์กรเท่านั้น แต่จะต้องวัดถึง “คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ของผู้ตาม (พนักงานผู้ปฏิบัติงาน) ในองค์กร รวมตลอดถึงการยอมรับของสังคมและชุมชนด้วย

          แม้ช่วงนี้การแข่งขันจะดุเดือดรุนแรง แต่ก็ยังมีหลายบริษัทที่สามารถเติบโตเป็นเส้นกราฟที่พุ่งทะยานขึ้นเกือบตั้งชัน ซึ่งตอกย้ำว่าบริษัทที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่องในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้บริหารมักจะต้องมีมุมมองที่พิเศษและกว้างไกลกว่าคู่แข่ง

          ดังเช่นกรณีของบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ปัจจุบัน ปรากฏว่าบริษัทที่ประกอบการเกี่ยวกับเทคโนโลยีระดับสูง ราคาหุ้นจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่ธุรกิจเสื้อผ้าอย่างยูนิโคล่ก็ยังดำเนินกิจการไปได้ดีภายใต้ภาวการณ์เช่นนี้ ในขณะที่ร้านขายเสื้อผ้าราคาย่อมเยารายอื่นๆ ย่ำแย่ไปตามๆ กัน ความพิเศษที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งถือเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นก็คือผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ซึ่งสามารถจูงใจพนักงานให้ร่วมมือกันทำงานเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้

          สิ่งที่ทำให้ผู้นำสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ในวันนี้ จึงต้องพึ่งการใช้ประโยชน์จาก “เทคโนโลยี” และ “นวัตกรรม” ซึ่งนอกจากจะเพิ่ม “ความสามารถในการแข่งขัน” แล้ว ยังนำพาองค์กรไปสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้อีกด้วย

          ทุกวันนี้ การบริหารจัดการในยุคที่วุ่นวายและสับสนของ VUCA World ที่ว่ายากแล้ว การบริหารจัดการภายใต้ “สถานการณ์โควิด-19” ยิ่งยากกว่าหลายเท่า เพราะเราต่างไม่รู้เลยว่า “สถานการณ์โควิด-19” จะจบลงเมื่อไร จึงทำให้ผู้บริหารที่ว่าแน่ๆ หลายรายต้องหมดสภาพไปด้วยความน่าเห็นใจยิ่ง

          ความสามารถในการคาดการณ์อนาคตได้แม่นยำเพียงใด จึงมีความสำคัญมากขึ้น โดยอาศัย “เทคนิคของการพยากรณ์” ไม่ว่าจะเป็น Forecasting หรือ Foresight หรือ Scenario ซึ่งขึ้นอยู่กับ “ข้อมูล” “ทีมงาน” และ “บุคลิกภาพ” (รวมถึงความเชื่อความศรัทธา) ของผู้บริหารด้วย

          ในสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้บริหารจะต้องมุ่งเน้นที่ “การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” เพื่อความอยู่รอดและมีรายได้เพียงพอที่จะทำทุนต่อไป เพื่อรอ “โอกาส” ที่จะเติบโตในวันข้างหน้า ต่อแต่นี้ไป ผู้นำจะต้องอาศัย “เทคโนโลยี” และ “นวัตกรรม” เป็นเครื่องมือในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กร เพื่อความอยู่รอดในปัจจุบัน และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

 


ที่มา : www.bangkokbiznews.com

 40
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์