062-310-6964     sale@getmycrm.com    

บริการ Maintenance Agreement (MA)

เรายินดีให้บริการ เพื่อให้คุณใช้งานโปรแกรม myCRM ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เมื่อ Data กลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ Marketing Analytics ไม่ได้ผล

เมื่อ Data กลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ Marketing Analytics ไม่ได้ผล

เคยมีการศึกษาจาก Duke University ที่มีบริษัทอย่าง Deloitte คอยสนับสนุนว่า มีบริษัทวางงบประมาณเพื่อทำ Marketing Analytics นั้นให้เพิ่มขึ้นจาก 5.8% ไปถึง 17.3% (เพิ่มเยอะเกือบๆสองเท่าตัว) หวังจะได้รู้จักลูกค้ามากขึ้นเพื่อเอาไปพัฒนาการทำการตลาด

แต่ผลที่ได้นั้นกลับไม่ได้ผลอะไรมากมาย จากผลสำรวจของบริษัทที่เพิ่มงบที่ว่า กลับประเมินว่า ถ้าให้คะแนนผลลัพธ์จากการลงทุนด้าน Marketing Analytics บริษัทส่วนใหญ่ให้คะแนนแค่ 4.1 เต็ม 7 คะแนนเท่านั้น

มันเกิดอะไรขึ้น? มีคำอธิบายจากสถาบันวิทยาศาสตร์การตลาดว่าอาจเกิดจากตัวข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์กับตัวคนที่วิเคราะห์ข้อมูลเองที่เป็นปัญหา วันนี้จะมาพูดถึงว่าทำไมตัวข้อมูลที่เอามาวิเคราะห์ทำ Marketing Analytics ถึงเป็นอุปสรรค


1. ข้อมูลกระจัดกระจายและไม่ตรงกัน
เราคาดหวังไว้สูงว่าถ้าเราวิเคราะห์ข้อมูลที่เรามี เราก็จะได้ผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ เอาไปใช้ตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ แต่ตัวข้อมูลเองน่ะแหละที่มีปัญหา โดยเฉพาะข้อมูลที่กระจัดกระจายไปแต่ละแผนกขององค์กร แถมข้อมูลไม่ตรงกันอีก

ฉะนั้นการวิเคราะห์ข้อมูลและสกัด Insight ในทางปฏิบัตินั้นยากพอสมควรเลย ข้อมูลในหลายๆบรษัทนั้น ไม่ได้ถูกจัดการและรวบรวมไว้ให้ดี ข้อมูลจากแต่ละระบบมันไมได้เชื่อมกัน ไม่ได้มีตัวแปร (Variable) ร่วมกัน แถมใช้โค้ดคอมพิวเตอร์ต่างกันอีก

ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลจากมือถือกับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์อาจจะระบุเส้นทางที่ลูกค้าใช้เปิดบราวเซอร์ แต่ถ้าข้อมูลของลูกค้ากับข้อมูลของเว็บเพจที่ถูกเปิดออกมาจริงๆมันไม่ตรงกันล่ะ? แบบนี้การระบุพฤติกรรมการเปิดเว็บเพจก็ลำบากแล้ว

ฉะนั้นเรื่องแรกที่ควรทำก่อนจะวิเคราะห์ข้อมูล คือการรวบรวมข้อมูล รู้ว่าข้อมูลมีการวัดค่ากันอย่างไร จัดเก็บกันอย่างไร

2. ข้อมูลมีจำนวนมหาศาล
ปริมาณของข้อมูลที่เยอะ ตัวข้อมูลที่มีการทักซ้อนกัน มีหลากหลายภาษา โค้ตคอมพิวเตอร์ต่างกัน และมาจากระบบที่ต่างกันทำให้กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลช้าลง การรวบรวมข้อมูลที่เอาจริงๆแล้ววิเคราะห์แทบไม่ได้นั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากการที่เราแทบไม่มีข้อมูลให้วิเคราะห์

ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าสองคนที่มีจำนวนการทำธถรกรรมซื้อขายสินค้าเท่าๆกันอาจจะมีเรื่องหรือรายการที่ต้องใช้จ่ายแตกต่างกันก็ได้ คนหนึ่งอาจจะเป็นโอกาสดีที่เราจะปิดการขายได้ แต่ลูกค้าอีกคน เราอาจจะไม่สามารถนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ได้เลย เมื่อข้อมูลลูกค้า(ที่มีจำนวนมาก)แตกต่างกันแบบนี้ ทำให้การวิเคราะห์ลูกค้าเป็นไปได้ยากขึ้น

3. ข้อมูลไม่ได้บอกถึงความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ-ผลกระทบได้ชัดเจน
ตัวอย่างเช่น จริงอยู่ที่พวก โฆษณาแบบ Search Advertising จะสัมพันธ์กับการซื้อขาย เพระลูกค้าอยู่ในช่วงที่ถูกกระตุ้นอยากซื้อของอยู่แล้ว แต่มันก็ไมได้หมายความว่าโฆษณาที่ว่าจะทำให้เกิดยอดขาย เพราะต่อให้ธุรกิจไม่ได้ลงโฆษณาที่ว่า ลูกค้าก็ยังอยากซื้อของอยู่ดี ฉะนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าโฆษณาที่เราลงไปนั้นได้ผล และถ้าเรามีข้อมูลมากกว่านี้ล่ะ ข้อมูลที่สามารถอธิบายได้ว่าทำไปลูกค้าถึงอยากซื้อของที่มากกว่าแค่การได้เห็นโฆษณาล่ะ? ถ้าเราไม่ได้มีวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้อง การสกัดหา Insight เพื่อเข้าใจลูกค้าก็เป็นเรื่องยาก

ฉะนั้นเมื่อเจออุปสรรคเกี่ยวกับข้อมูล(ของลูกค้า) เราต้องตั้งสติ ลองเริ่มคิดดูว่า อะไรที่เราต้องทำเป็นอย่างแรก แล้วข้อมูลอะไรที่เราต้องรู้ก่อนเป็นอย่างแรก นั่นจะทำให้เราต้องไปหาข้อมูลที่ใช่ จากแผนกที่เก็บข้อมูลที่ว่า และสร้างระบบข้อมูลที่เป็นศูนย์กลางให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับทั้งองค์กร ทั้งบริษัท  อีกทั้งการจับสัญญาณของลูกค้าจากการที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับจุดให้บริการหรือสื่อสารกับแบรนด์ก็เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อทำให้เราได้ร็จักลูกค้าได้ทุกมุมมองด้วย

ที่มา : https://www.marketingoops.com/

 456
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์